<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชี้ฉีดวัคซีนราบรื่นดันใช้ไฟพุ่ง  0.8% กุลิศปัดหนุนราคาก๊าซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่ากระทรวงได้ติดตามแผนการกระจายวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เพราะจะมีผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั้งการใช้พลังงาน น้ำมันและไฟฟ้า รวมถึงการรับการท่องเที่ยว การบริโภค และการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ซึ่งเบื้องต้นจากการประเมินหาก มีการฉีดวัคซีนตามแผนที่วางไว้ได้ จะส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงครึ่งหลังของปี ขยายตัว&amp;nbsp;0.8%&amp;nbsp;จากเดิมที่คาดการณ์ว่าทั้งปีจะขยายตัวที่&amp;nbsp;0.2%&amp;nbsp;ซึ่งตรงกับสถานการณ์การส่งออกสินค้าที่ฟื้นตัวตามการขยายตัวของปริมาณการค้าโลกโดยสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(สรท.)&amp;nbsp;คาดการณ์การส่งออกของไทยจะเติบโต&amp;nbsp;6 &amp;ndash; 7%&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทำให้การใช้ไฟฟ้าครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดการณ์ว่าการใช้ไฟฟ้าทั้งปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จะอยู่ที่&amp;nbsp;187,421&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;0.2%&amp;nbsp;ซึ่งจากการเกิดการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ส่งผลครึ่งปีแรกคาดการใช้ไฟฟ้าลดลง&amp;nbsp;0.4%&amp;nbsp;แต่หากมีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นทั้งไทยและทั่วโลก ประกอบกับสถานการณ์การส่งออกสินค้าที่ฟื้นตัวตามการขยายตัวของปริมาณการค้าโลก ทำให้การใช้ไฟฟ้าครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.8%&amp;quot;นายกุลิศกล่าว

นอกจากนี้ในกรณีที่สิ้นเดือนมิ.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จะเป็นการสิ้นสุดของช่วงระยะเวลาการอุดหนุนทั้งราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) และค่าไฟฟ้าเพื่อลดภาระประชาชนจากผลกระทบโควิด-19&amp;nbsp;กระทรวงฯ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะขยายเวลานโยบายหรือไม่ จึงต้องรอนโยบายจากทางรัฐบาลก่อนว่าจะให้ต่ออายุมาตรการเหล่านี้หรือไม่ โดยในส่วนของค่าไฟฟ้านั้นหากจะช่วยเหลือต่อก็ต้องใช้งบประมาณจากรัฐบาล เช่น วงเงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ เป็นต้น

ขณะที่การตรึงราคาแอลพีจีที่ผ่านมา ที่ใช้วงเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของบัญชีน้ำมันมาดูแล นั้นล่าสุดคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน&amp;nbsp;(กบง.)&amp;nbsp;กำหนดกรอบวงเงินอุดหนุนราคาแอลพีจีไว้ที่&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ล้านบาท โดยข้อมูลถึงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;มีการอุดหนุนในบัญชีแอลพีจีไปแล้วติดลบ&amp;nbsp;12,328&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp; ส่วนบัญชีน้ำมันมีเงินคงเหลืออยู่ที่&amp;nbsp;32,826&amp;nbsp;ล้านบาท ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯมีเงินสุทธิอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;20,498&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งหากจะตรึงราคาต่อก็ต้องดูถึงกรอบวงเงินพิจารณาว่าเหมาะสม และดำเนินการตามกฏหมายของการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ หรือไม่&amp;nbsp;

&amp;nbsp;นายกุลิศ กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการส่งมอบพื้นที่แหล่งผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ ว่า กระทรวงฯ เตรียมแผนงานรองรับ กรณีการส่งมอบพื้นที่แหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ หลังหมด อายุสัมปทาน 23 เม.ย. 65 ไว้แล้ว หากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ไม่สามารถผลิตได้ตามแผนงานเดิม ซึ่งได้ดำเนินการเพื่อให้เกิดข้อยุติที่ดีที่สุด แต่เนื่องจากมีการฟ้องร้องขั้นอนุญาโตตุลาการ จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้&amp;nbsp; แต่ยืนยันว่าได้จัดทำแผนให้ก๊าซฯไม่ขาดแคลนโดยการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)มาทดแทน และบริหารจัดการไม่ให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นด้วย

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105879</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้ไฟฟ้าสูงสุด, กุลิศ  สมบัติศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_609126dc24182.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.พลังงานเดินหน้าปราบทุจริตยันเป็นหน่วยงานโปร่งใสไร้ทุจริตอย่างจริงจัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.63 นายกุลิศ &amp;nbsp;สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ตอกย้ำนโยบายปราบทุจริตของกระทรวงพลังงานว่า มีความชัดเจนตามขั้นตอนตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงาน ทั้งการสร้างสังคมกระทรวงพลังงานไม่ทนต่อการทุจริต การพัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก และการปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ปลูกฝังสร้างความรู้ความเข้าใจต่อข้าราชการพนักงานและเจ้าหน้าที่มาอย่างต่อเนื่อง กอปรกับมีการจัดการความผิดทางวินัยกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง &amp;nbsp;เพราะตระหนักดีในนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญด้านการปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับกรณีล่าสุดเรื่องข้าราชการมีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์นั้น กระทรวงพลังงานขอยืนยันว่าหลังจากได้รับข้อมูลร้องเรียนมาจากภาคธุรกิจ ก็ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานเคร่งครัดในเรื่องการดำเนินการอย่างโปร่งใส โดยหลังจากที่ภาคธุรกิจได้ประสานงานกับสำนักงาน ป.ป.ท. กระทรวงพลังงานจึงได้รับแจ้งจากสำนักงาน ป.ป.ท. และให้สำนักงาน ป.ป.ท. ดำเนินการตามขั้นตอนในการสืบสวนหาข้อมูลผู้กระทำความผิดจนมาถึงการจับกุมที่เกิดขึ้นเมื่อวาน &amp;nbsp; ซึ่งได้ทราบข้อมูลจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานถึงขั้นตอนและระเบียบในการขอเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการคลังน้ำมันแล้วว่า กรมฯมีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งในกรณีดังกล่าวอาจต้องนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุอีกครั้งเพื่อปิดรอยรั่วในการปฏิบัติเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยขั้นตอนต่อจากนี้ในการดำเนินการต่อผู้กระทำความผิด คือ ในวันนี้ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานออกคำสั่งให้ข้าราชการรายดังกล่าวออกให้จากราชการไว้ก่อน &amp;nbsp;และให้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง &amp;nbsp; ซึ่งคณะกรรมการฯต้องสรุปผลให้ได้ภายใน 7 วัน ซึ่งก็ต้องมาดูรายละเอียดการสรุปผลสอบอีกทีเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป&amp;rdquo;นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อวานมีภาคเอกชนสะท้อนถึงความมั่นใจในความจริงจังของกระทรวงพลังงานต่อเรื่องดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาผมได้สื่อสารไปยังหน่วยงานต่างๆภายในกระทรวงทั้งส่วนกลางและภูมิภาคแล้วว่า กระทรวงพลังงานมีนโยบายการทำงานที่โปร่งใส ไม่ทุจริต ตรวจสอบได้ ให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติอย่างจริงจัง &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงจะทำงานร่วมกับ ป.ป.ท.เพื่อปฏิบัติการเรื่องดังกล่าวต่อไป &amp;nbsp;เพื่อยกระดับการทำงานในหน่วยงานภาครัฐไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้นอีก &amp;nbsp;ทั้งนี้หากประชาชนผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนได้รับความเสียหายจากการเรียกรับผลประโยชน์จากบุคลากรในกระทรวงพลังงาน ท่านสามารถแจ้งเรื่องดังกล่าวมาได้ที่ผู้บริหารระดับสูงทุกท่าน หรือสามารถส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ท. ได้ทันที เพราะทั้งสองหน่วยงานจะจับมือร่วมปราบปรามเรื่องนี้อย่างจริงจัง&amp;rdquo;ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลิศ  สมบัติศิริ, ทุจริตกระทรวงพลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f4646126b3da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
